ประวัติความเป็นมา
ประวัติความเป็นมา
21 กันยายน 2569

3


 

ความเป็นมาตำบลห้วยปริก

 
 
        อดีตห้วยปริกเป็นที่รกร้างเต็มไปด้วยพันธ์นานาชนิด อุดมสมบูรณ์ไปด้วยป่าไม้ ทั้งพันธ์ที่ขึ้นในที่ดอนและที่ลุ่มตามสภาพของพื้นที่ ที่เป็นที่ราบเชิงเขา
      จากคำบอกเล่าของคนรุ่นก่อน เล่าไว้ว่ามีเส้นทางเดินเท้าจากสุราษฎร์ธานี ไปยังเมืองนครศรีธรรมราช ผ่านมาทางห้วยปริก กะเปียด เคยมีพระเจ้าแผ่นดินเสด็จ (แต่ไม่มีหลักฐานยืนยันว่าเป็นพระองค์ใด) ผ่านและโปรดให้สร้างสำนักพักแรม (ปัจจุบันเรียกที่แห่งนี้ว่าสำนักเปล่า อยู่ในหมู่ที่ 4) เมื่อมีผู้คนอพยพเข้ามาอยู่เรียกเส้นทางสายนี้ว่า “ทางหลวง” ปัจจุบันไม่มีแล้ว
 
  เข้าใจว่าห้วยปริกน่าจะเป็นชุมชนหนึ่ง จากหลักฐานที่เคยพบมีเตาเผาอิฐขนาดใหญ่ชาวบ้านเรียกที่ตรงนี้ว่าโคกอิฐ (อยู่ในหมู่ที่ 7) ยังคงมีชาวบ้านพบแผ่นอิฐอยู่บ้าง โรงตีเหล็ก หรือเตาหลอมเหล็กที่บ้านพรุขี้กล้า หมู่ที่ 6 และทุ่งหัดม้า
      บางคนเล่าว่าเคยเป็นที่ตั้งของกองทัพในอดีต แต่ไม่รู้ว่าเป็นสมัยใด โรงตีเหล็กคือที่สร้างอาวุธในสมัยนั้น เช่น หลกดาษ เตาเผาอิฐเพื่อสร้างกำแพงเมือง ทุ่งหัดม้า ฝึกม้าเพื่อใช้ในการรบประมาณปี พ.ศ.2418 ได้มีคนเข้ามาบุกเบิกพื้นที่ห้วยปริก 3 กลุ่ม แต่ไม่มีหลักฐานยืนยันว่ากลุ่มไหนเข้ามาอยู่ก่อนหลัง แต่ในระยะที่ใกล้เคียงกัน
 

 

  นางเพียร – นายศรีกรด ศรพิชัย
   เดิมที่นางเพียรเป็นคนชาวบ้านนาเดิม แต่งงานกับนายศรีกรดที่บ้านนาเขลียงแล้วย้ายมาอยู่ที่กะเปียด นางเพียรมีวัว ควายเป็นฝูง นำวัวควายมาเลี้ยงที่ห้วยปริก (เดิมที่เรียกอ่าวกะเปียด) เดินทางมาตามทางหลวงที่กล่าวมาแล้ว นางเพียรเห็นสภาพพื้นที่ที่นำวัว ควายมาเลี้ยงเป็นที่ราบ ๆ ดูพบว่ามีลำคลองไหลผ่าน คือคลองกะเปียด ลำห้วย คือห้วยปริกคงจะมีน้ำทำนาได้เพียงพอ (คนสมัยก่อนอาชีพหลัก คือ การทำนา) จึงปรับสภาพพื้นที่ที่เต็มไปด้วยหญ้าคา และต้นอินหนิน ต่อมาเรียกพื้นที่นี้ว่าทุ่งคาขมิ้นให้เป็นที่ทำนา (หักนา) สมัยก่อนนาหักใหม่เขาไม่ไถ เพราะมีรากไม้อยู่มาก จึงใช้ควายเป็นฝูงลงลุยเหยียบดินที่แช่น้ำให้เป็นโคลนตม และเหยียบหญ้าให้จมน้ำเพื่อให้หญ้าตาย เรียกว่าเหยียบนาหรือเหยียบเทือก ปรับสภาพพื้นนาได้แล้วแต่ยังต้องอาศัยน้ำตามธรรมชาติ คือน้ำฝนทำนาไม่ได้ผลเท่าที่ควรเพราะเมื่อฝนตกน้ำจะท่วมยังจึงคิดหาทางเอาน้ำจากคลองกะเปียดขึ้นมาใช้โดยการใช้ระหัดวิดน้ำ แต่ก็ได้น้ำไม่เพียงพอ เพราะพื้นที่กว้างและลุ่ม ๆ ดอน ๆ จึงสำรวจคลองกะเปียดขึ้นไปทางทิศเหนือที่เป็นต้นน้ำมีพื้นที่สูงกว่าจึงทำนบกันน้ำขุดคูระบายลงสู่ที่นาแต่ก็เกิดปัญหาเมื่อเวลาฝนตกหลากทำให้นบกั้นน้ำพัง นางเพียรทราบว่าที่กระทูนมีคนจีนทำนบกั้นน้ำ ปรับปรุง ขุดคูระบายน้ำจากนบระยะทางถึง 3-4 กม. ถึง 2 ปีที่ทำนบแห่งนั้นเรียกกันว่านบทวดเพียร คูระบายน้ำก็ยังใช้คูระบายน้ำอยู่จนถึงปัจจุบัน
  กลุ่มของนายเมือง แจ้งเศรษฐ์
        เดิมทีนายเมืองเป็นชาวพัทลุงหนีจากพัทลุงมาอยู่ที่บ้านนาเขลียงแต่งงานกับนางหนูซึ่งเป็นคนบ้านนาเขลียงเข้ามาบุกเบิกพื้นที่ บ้านนาสัญญาปัจจุบัน (หมู่ที่ 5) มีพื้นที่คล้ายกับทุ่งคาขมิ้น มีหนองน้ำขนาดใหญ่ (หนองผักฉีด) เต็มไปด้วยผักกะเฉด และพันธ์ไม้น้ำนานาชนิด ชุกชุมไปด้วยปลาน้ำจืด มีลำห้วยจากทิศตะวันออก (ห้วยยางแดง) ไหลลงสู่หนองน้ำ และคลองกะเปียด จึงปรับสภาพพื้นที่เพื่อการทำนา เมื่อตนเองทำเองทำผลประโยชน์จากพื้นที่ได้แล้วแต่แล้วยังมีพื้นที่ว่างเปล่าอยู่อีกมาก ก็ชักชวนญาติ พี่น้องมาอยู่ด้วยกัน
  กลุ่มของนายปุก เพชรไพรวัน
       อยู่ที่บ้านพรุขี้กล้า (หมู่ที่ 6) เดิมนายปุกเป็นชาวท่ายาง (ทุ่งใหญ่) ยังไม่ทราบประวัติที่ชัดเจน
สมัยนั้นห้วยปริกเป็นชุมชนเล็ก ๆ มีครอบครัวที่อาศัยอยู่รวมทั้ง 3
กลุ่ม 20 ครอบครัวเศษเท่านั้น เมื่อการปกครองเปลี่ยนแปลง แยกเขตการปกครองเป็นจังหวัด อำเภอ ตำบลห้วยปริกอยู่ในเขตการปกครองของตำบลกะเปียด คือหมู่ที่ 8 นายพ่วง กิ้มเสาร์ เป็นผู้ใหญ่บ้าน เขตการปกครองหมู่ที่ 8 กว้างขวางครอบคลุมทั้งห้วยปริก ต่อมามีประชากรเพิ่มขึ้นก็แยกหมู่ที่ 8 เป็นหมู่ที่ 2 คือหมู่ที่ 9 เป็นหมู่ที่ 12
           วันที่ 1 พฤษภาคม 2521 ห้วยปริกแยกการปกครองออกจากตำบลกะเปียดเป็นตำบลห้วยปริก แบ่งการปกครองออกเป็น 6 หมู่บ้าน นายบุญส่ง จิตธรรม ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 12 สมัยนั้น คือหมู่ที่ 5 ปัจจุบันเป็นกำนันคนแรกของตำบลห้วยปริก
แผนผัง เว็บไซต์
mascot